มะหมาไฮโซ “ปอมเมอเรเนียน”

Posted by | 24 เม.ย. 2556 17:53
เรียบเรียงโดยทีมงาน : SpokeDark.TV

 

ถ้าพูดน้องหมาของแฟนคลับชาวสโป๊กดาร์ก คงไม่พ้นเจ้าคลาร์กกับ ทิมทิม น้องปอมเมอเรเนียนหน้าทะเล้นของจอห์น วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ ที่พกพาความน่ารักไปอวดไว้ทั้งในนิตยสาร และบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งหลายคนคงรู้จักเรื่องราวของเจ้าสี่ขาตัวแสบสองตัวนี้มาพอสมควรแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสุนัขขนาดกะทัดรัดพันธุ์นี้ ว่ามีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร

 

 

สำหรับปอมเมอเรเนียน แม้จะยังไม่ทราบต้นกำเนิดสายพันธุ์ที่ชัดเจน เพราะมีหลายความเชื่อมาก ทั้งเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากพันธุ์สปิทซ์ในสมัยโบราณ บางคนเชื่อว่าปอมเมอเรเนียนถูกพัฒนาจากสุนัขพันธุ์ซามอยด์ บ้างก็จินตนาการไปว่าพัฒนามาจากสุนัขป่า ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมัน และถูกนำมาใช้เป็นสุนัขเลี้ยงแกะในทวีปยุโรป บ้างก็อ้างหลักฐานจากภาพวาดสมัยโบราณหลายภาพที่มีอายุ 400 ปีก่อนคริสตกาล หรือเกือบประมาณ 2500 ปีมาแล้ว ว่ามีภาพของสุนัขขนาดเล็กที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนสุนัขปอมฯ ในปัจจุบัน รวมทั้งบทความกล่าวอ้างของเมืองผู้ดีอังกฤษที่ระบุว่าเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนให้มีขนาดเล็กลงเมื่อ 40-50 ปีที่ผ่านมานี้เอง เรียกว่า มั่วได้อีกสำหรับที่มาของปอมเมอเรเนียน

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : puddlebyart.com

 

แม้จะมีความมั่วในความเชื่อที่แตกต่างหลากหลาย แต่นี่ก็หลักฐานที่ชัดเจนว่านานาประเทศทั่วโลกต่างหลงรักเจ้ามะหมาตัวจ้อยนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างที่ประเทศอังกฤษช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปอมเมอเรเนียนได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวเมืองผู้ดี ถึงขนาดมีการตั้งชมรม English Pomeranian Club ในปี 1891 ภายหลังสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียทรงออกงานพร้อมสุนัขพันธุ์นี้บ่อยครั้ง ทำให้สุนัขพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ส่วนในประเทศอเมริกามีการปรากฎตัวครั้งแรกของปอมฯ ที่งานประกวดสุนัขแห่งหนึ่งในปี 1892 ไม่กี่ปีหลังจากนั้นมีการสั่งนำเข้าอีกเกือบ 200 ตัวเลยทีเดียว

 

 

มาตรฐานของปอมเมอเรเนียนโดยทั่วไป เป็นสุนัขรูปร่างเล็ก สูงไม่เกิน 1 ฟุต มีตาดวงเป็นวงรีสีดำ หูเล็กและตั้งตรงไม่เอียงข้างหรือพับงอ ลำตัวสั้นขนาดกะทัดรัด หางเป็นพวงแผ่อยู่บนส่วนหลัง แต่ไม่ม้วนหรือบิดงอ ปอมฯ ส่วนใหญ่มักมีความร่าเริง และตื่นตัวตลอดเวลาจนดูเหมือนเป็นสุนัขที่ค่อนข้างตกใจง่าย และจะเห่าทุกอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ยิ่งในลูกสุนัขจะเห่าทุกอย่างที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก แต่ปอมฯ เองจัดเป็นสุนัขที่รักเจ้าของและขี้ประจบไม่น้อย

 

 

การดูแลนั้นต้องใส่ใจในเรื่องของขนมากที่สุด เพราะการรักษาขนของสุนัขปอมเมอเรเนียนให้สวยงามนั้นทำได้ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเช่นกัน เพราะเจ้าของสุนัขมือใหม่คงเชื่อว่าการอาบน้ำและการแปรงขนให้ทุกวันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับปอม แต่นั่นแหละที่ผิด เพราะการอาบน้ำบ่อยเกินไป จะทำให้ขนของปอมเมอเรเนียนแห้ง บาง และทำให้ขนร่วงตลอดเวลา ส่วนการใช้โลชั่น และน้ำยาทำความสะอาดชนิดต่างๆ ติดต่อกันก็จะทำให้ผิวหนังอักเสบได้

 

 

การดูแลขนให้ปอมเมอเรเนียนนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า ปอมเป็นสุนัขที่มีขนสองชั้น และมีความแน่นของขนต่างกันส่วนใหญ่ถึงขนชั้นนอกจะสกปรก แต่ขนชั้นในก็จะยังคงสะอาดอยู่ ดังนั้นการแปรงขน เพียงสัปดาห์ละครั้ง และใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อุ่นๆ ลูบขน จากนั้นจึงเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดอุ่นๆ บิดพอหมาดๆ ก็นับว่าเพียงพอที่จะทำให้ขน ของปอมเมอเรเนียนอยู่ในสภาพดี หรือใครต้องการอาบน้ำให้ปอมฯ ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ควรบ่อยมาก เพราะผิวหนังของปอมฯ นั้นค่อนข้างไวต่อสารเคมี หากใช้แชมพูที่แรงเกินไป หรือไม่เช็ดตัวให้แห้ง ก็เสี่ยงที่จะเกิดความชื้นและโรคผิวหนังตามมาได้

 

 

จากการดูแลขนที่ยุ่งยากนี้เอง ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมนำปอมไปตัดขนให้สั้น เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ อย่าตัดสั้นเกินไป เพราะผิวหนังของสุนัขขนยาวส่วนใหญ่ มักไวต่ออากาศและสารเคมีต่างๆ มาก การที่ตัดขนสั้นเกินไป จะทำให้ปอมฯ สูญเสียภูมิคุ้มกันสำหรับผิวหนังที่บอบบางไปด้วย

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก : favim.com

 

รองจากการดูแลขน เรื่องถัดมาที่คนรักปอมฯ ไม่ควรพลาดนั่นคือเรื่องอาหาร เนื่องจากปอมเป็นสุนัขขนาดเล็ก ทำให้คนเลี้ยงจำเป็นต้องจำกัดปริมาณอาหาร เรียกว่านับเม็ดให้กันเลยทีเดียว อาจฟังดูโหดร้าย แต่ถ้าคำนึงถึงโครงสร้างร่างกายของปอมฯ ในอนาคตละก็ นี่เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำครับ แต่ถ้าใครอดใจไม่ได้ที่จะให้อาหารจนปอมฯ อิ่มท้อง ก็ควรหมั่นพาปอมฯ ไปออกกำลังกายบ้าง เพื่อช่วยในการเผาพลาญพลังงาน แต่อยากออกกำลังกลางแดดร้อนนะครับ เพราะปอมแพ้ความร้อนมาก และอาจช็อคได้

 

 

สำหรับผู้เลี้ยงที่เหมาะจะมีปอมเมอเรเนียนอยู่ข้างๆ อย่างน้อยควรมีเวลาเอาใจใส่ดูแลเรื่องความสะอาดและอาหารของเจ้าตัวเล็กมากหน่อย ส่วนเรื่องพื้นที่นั้น ไม่ใช่ปัญหามากนัก เพราะปอมฯ สามารถเลี้ยงในพื้นที่จำกัดได้ แต่ไม่ใช่สุนัขที่ควรถูกขังตลอดเวลา ควรปล่อยให้วิ่งและใกล้ชิดกับคนจะเป็นการดีที่สุดครับ เอาละ ฟังกันมายืดยาว เรามาดูรูปน่ารักๆ ของสองคู่หูตัวแสบกันบ้างดีกว่าครับ

 



  

 

ถ้ายังไม่จุใจกับภาพน่ารักของของ คลาร์กกับ ทิมทิม ละก็
เข้าไปดูกันต่อได้เลยครับ ใน
http://instagram.com/johnwinyu ของจอห์น วิญญู
หรือจะเข้าไปดูพื้นที่ส่วนตัวของหนูทิมทิม ได้ที่ https://www.facebook.com/fantimtim?fref=ts ได้เลยนะฮ้าฟฟฟ

ไหนๆ ก็อ่านกันบ่อยแล้วกด Like ติดตามเรื่องฮิตติดกระแสกันเลยดีก่า

  • Loading